เรื่องมะนาวที่ควรรู้
พันธุ์มะนาวที่นิยมปลูกในประเทศไทย
มะนาว (อังกฤษ: Lime) เป็นไม้ผลชนิดหนึ่ง
ผลมีรสเปรี้ยวจัด จัดอยู่ในสกุลส้ม (Citrus) ผลสีเขียว
เมื่อสุกจัดจะเป็นสีเหลือง เปลือกบาง ภายในมีเนื้อแบ่งกลีบๆ ชุ่มน้ำมาก
นับเป็นผลไม้ที่มีคุณค่า นิยมใช้เป็นเครื่องปรุงรส นอกจากนี้ยังถือว่ามีคุณค่าทางโภชนาการและทางการแพทย์ด้วย

เป็นมะนาวพื้นเมืองพันธุ์หนึ่งของไทย มีขนาดเเละลักษณะคล้ายมะนาวหนังเกือบทุกอย่าง ผลอ่อนมีลักษณะกลมยาว หัวท้ายเเหลมจะค่อยๆมนเข้าเมื่อโตขึ้น เมื่อโตเต็มที่จะมีลักษณะกลมมนเป็นส่วนใหญ่ หัวเเละก้นมีจุกไม่เเหลม ผิวเรียบเปลือกบางใส มีสีเขียวเข้ม เมื่อเเก่จัดมีสีเหลืองอมเขียว ผลมีขนาดโตกว่ามะนาวหนัง ออกผลดก มีน้ำมาก มีรสเปรียวเเละมีกลิ่นหอม มีเมล็ดค่อนข้างน้อย มะนาวไข่เป้นมะนาวที่ตลาดนิยมมาก ปลูกง่ายได้ราคาดี ข้อดีของมะนาวไข่คือจะออกผลที่ปลายกิ่ง ซึ่งสะดวกต่อการเก็บผล
มะนาวหนัง

มะนาวเเป้น
เป็นมะนาวที่ได้มาจากการเพาะเมล็ดมะนาวพื้นบ้านเเล้วมีการกลายพันธุ์ไปจนได้ลักษณะที่ดี เป็นพันธุที่นิยมปลูกมากที่สุด เพราะเป็นมะนาวที่ผลดก ออกผลได้ตลอดทั้งปี ผลมีขนาดปานกลาง ลักษณะผลกลมเเป้นสวย ผลอ่อนมีสีเขียว ผลเเก่จัดมีสีเขียวอมเหลือง ผิวไม่เรียบ เปลือกบางใส มีน้ำมาก น้ำมีกลิ่นหอม ไม่ค่อยมีเมล็ดมะนาวเเป้นมีหลายพันธุ์ด้วยกันคือ มะนาวพันธุ์เเป้นรำไพ มะนาวพันธุ์เเป้นทะวาย มะนาวพันธุ์เเป้นเเม่ไก่ไข่ดก
มะนาวพันธุ์อื่นๆ ที่ไม่นิยมปลูกในประเทศไทย
มะนาวฮิติ
เป็นมะนาวพันธุ์ต่างประเทศ ซึ่งกรมวิชาการเกษตรได้นำมาจากหมู่เกาะตาฮิติ ผลมีขาดใหญ่ รูปไข่ เปลือกและเนื้อมีสีเขียว เก็บเกี่ยวขณะที่เปลือกสีเขียวเข้ม มีกลิ่นและรสดี เป็นมะนาวไม่มีเมล็ด
มะนาวฮิติ
เป็นมะนาวพันธุ์ต่างประเทศ ซึ่งกรมวิชาการเกษตรได้นำมาจากหมู่เกาะตาฮิติ ผลมีขาดใหญ่ รูปไข่ เปลือกและเนื้อมีสีเขียว เก็บเกี่ยวขณะที่เปลือกสีเขียวเข้ม มีกลิ่นและรสดี เป็นมะนาวไม่มีเมล็ด
มะนาวหวาน
มีผลขนาดใหญ่ ผลรูปร่างกลม เปลือกสีเขียวเข้ม รสไม่เปรี้ยว หรือเปรี้ยวน้อยกว่าพันธุ์อื่น จึงไม่ค่อยนิยมปลูกกัน
มีผลขนาดใหญ่ ผลรูปร่างกลม เปลือกสีเขียวเข้ม รสไม่เปรี้ยว หรือเปรี้ยวน้อยกว่าพันธุ์อื่น จึงไม่ค่อยนิยมปลูกกัน
มะนาวปีนัง
ลักษณะผลกลมยาว ผลโตกว่ามะนาวหนัง ก้นแหลมคล้ายไข่เต่า เปลือกหนา มีกลิ่นหอม ปลูกเป็นไม้ประดับได้ดี
ลักษณะผลกลมยาว ผลโตกว่ามะนาวหนัง ก้นแหลมคล้ายไข่เต่า เปลือกหนา มีกลิ่นหอม ปลูกเป็นไม้ประดับได้ดี
มะนาวโมฬี
ลักษณะลูกกลมโต แต่ส่วนก้นจะกลมแป้น มีเปลือกหนา พันธุ์นี้มีรสเปรี้ยวมาก ลำต้นจะใหญ่แข็งแรง เหมาะสำหรับใช้ทำเป็นต้นตอ
มะนาวพม่า
มีผลโตเกือบเท่าส้มเขียวหวาน เปลือกหนา ใบค่อนข้างจะรี ๆ ขอบใบมีจักเล็กน้อย มีรสเปรี้ยว แต่ไม่ค่อยมีกลิ่นจึงไม่ค่อยนิยมปลูกกันมาก
ลักษณะลูกกลมโต แต่ส่วนก้นจะกลมแป้น มีเปลือกหนา พันธุ์นี้มีรสเปรี้ยวมาก ลำต้นจะใหญ่แข็งแรง เหมาะสำหรับใช้ทำเป็นต้นตอ
มะนาวพม่า
มีผลโตเกือบเท่าส้มเขียวหวาน เปลือกหนา ใบค่อนข้างจะรี ๆ ขอบใบมีจักเล็กน้อย มีรสเปรี้ยว แต่ไม่ค่อยมีกลิ่นจึงไม่ค่อยนิยมปลูกกันมาก
โรคและแมลงที่สำคัญของมะนาว
โรคที่สำคัญ
1. โรคแคงเกอร์
ลักษณะอาการ
จะเกิดขึ้นได้แทบทุกส่วน ทั้งที่ใบ กิ่งก้าน และผล โดยอาการที่ใบและผล
จะมีลักษณะคล้ายกัน คือจะเกิดเป็นแผลกลม แล้วจะขยายใหญ่ ฟู นูนคล้ายฟองน้ำ มีสีเหลืองอ่อนถึงสีเหลืองเข้ม
ต่อมาจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม และจะแตกเป็นสะเก็ด มีวงแหวนสีเหลืองล้อมรอบแผล
ส่วนอาการที่กิ่งก้าน จะมีแผลฟูนูนสีเหลือง ต่อมาแผลจะ
แตกแห้งเป็นสีน้ำตาลขยายไปรอบๆ กิ่ง รูปร่างธองแผลไม่แน่นอน และไม่มีวงแหวนล้อมรอบ
เมื่อต้นมะนาวเป็นโรคนี้มากๆ จะแสดงอาการต้นโทรม แคระแกร็น ใบร่วง ผลผลิตลดลง
กิ่งและต้นจะแห้งตายในที่สุด
การป้องกันกำจัด ตัดแต่งส่วนที่เป็นโรคเผาทำลาย ไม่ขยายพันธุ์จากต้นแม่ที่เป็นโรคแคงเกอร์ พยายามอย่าให้มะนาวเกิดบาดแผล และ ป้องกันแมลงที่เป็นพาหะ เช่น หนอนชอนใบ หรือฉีดพ่นด้วยสารเคมี กำจัดแมลงกลุ่มคาร์บาริล มาลาไธออน
การป้องกันกำจัด ตัดแต่งส่วนที่เป็นโรคเผาทำลาย ไม่ขยายพันธุ์จากต้นแม่ที่เป็นโรคแคงเกอร์ พยายามอย่าให้มะนาวเกิดบาดแผล และ ป้องกันแมลงที่เป็นพาหะ เช่น หนอนชอนใบ หรือฉีดพ่นด้วยสารเคมี กำจัดแมลงกลุ่มคาร์บาริล มาลาไธออน
2. โรคราดำ
ลักษณะอาการ ใบ กิ่งก้าน
และผลจะมีราสีดำ สกปรกกระด้างทำให้ผมไม่สวย ต้นมะนาวจะแคระแกร็น
การป้องกันกำจัด ทำลายส่วนที่เป็นโรคโดยการเผาไฟหรือใช้ สารเคมีกำจัดแมลงฉีดพ่นเพื่อกำจัดแมลงประเภทปากดูดชึ่งเป็นสาเหตุ ทำให้เกิดโรคราดำ
การป้องกันกำจัด ทำลายส่วนที่เป็นโรคโดยการเผาไฟหรือใช้ สารเคมีกำจัดแมลงฉีดพ่นเพื่อกำจัดแมลงประเภทปากดูดชึ่งเป็นสาเหตุ ทำให้เกิดโรคราดำ
3. โรคกรีนนิ่ง (ใบแก้ว)
ลักษณะอาการ ใบจะด่างเป็นสีเหลือง
หรือขาวใสระหว่างเส้นใบ ใบมีขนาดเล็กลง ในที่สุดใบและยอดจะแห้งตาย ผลมีขนาดเล็ก
น้ำหนักน้อย ต้นจะโทรม
การป้องกันกำจัดทำลายส่วนที่เป็นโรคโดยการเผาไฟ ใส่ปุ๋ยที่มี ธาตุสังกะสีและ แมกนีเชียม ปรับสภาพความเป็นกรด-ด่างของดินใหัอยู่ระหว่าง 6.0-6.5
การป้องกันกำจัดทำลายส่วนที่เป็นโรคโดยการเผาไฟ ใส่ปุ๋ยที่มี ธาตุสังกะสีและ แมกนีเชียม ปรับสภาพความเป็นกรด-ด่างของดินใหัอยู่ระหว่าง 6.0-6.5
4. โรคยางไหล
ลักษณะอาการ
มีอาการยางไหลบริเวญลำต้นและกิ่งก้าน เปลือกจะเน่าและแผลจะลุกลามไปถึงเนื้อไม้
การป้องกันกำจัด ควรตัดแต่งกิ่งและกำจัดวัชพืชเพื่อให้แสงแดดส่องได้ทั่วถึง และควรทาบาดแผลด้วยสารทองแดงหรือกำมะถันผสมปูนขาว ถ้ามีการระบาดมากก็เผาทำลายเสีย
การป้องกันกำจัด ควรตัดแต่งกิ่งและกำจัดวัชพืชเพื่อให้แสงแดดส่องได้ทั่วถึง และควรทาบาดแผลด้วยสารทองแดงหรือกำมะถันผสมปูนขาว ถ้ามีการระบาดมากก็เผาทำลายเสีย
5. โรครากเน่าและโคนเน่า
ลักษณะอาการ รากฝอยและรากแขนง
จะเน่ามีสีน้ำตาลหรือดำ ลักษณะเหนียว ไม่ยุ่ย เปลือกของลำต้นจะปริแตกออก
โดยเฉพาะโคนต้น และมียางไหลบริเวณขอบแผล เมื่อรากและต้นถูกทำลายมากๆ
จะทำให้ใบเหลืองและร่วงหล่นการป้องกันกำจัด อย่าให้มีน้ำขัง บริเวณโคนต้น
และไม่ควรใส่ปุ๋ยหมักหรือ ปุ๋ยคอกมากเกินในช่วงฤดูฝน
แมลงศัตรูที่สำคัญ
1. หนอนชอนใบ
จะทำความเสียหายให้กับมะนาวในระยะแตก ใบอ่อน โดยจะชอนไชกัดกินอยู่ระหว่างผิวใบด้านหน้าและหลังใบ จะมอง เห็นเป็นทางสีขาวคดเคี้ยวไปมา ใบหงิกงอ ขอบใบม้วนเข้าหาเส้นกลางใบ และใบไม่เจริญเติบโต ต้นมะนาวจะแคระแกร็นและไม่ติตผล
การป้องกันกำจัด หมั่นตรวจดูตามใบและยอดของมะนาว โดยเฉพาะระยะที่มะนาวเริ่มผลิใบอ่อน กรณีที่ระบาดน้อยให้เด็ดใบเผาทำลาย หากพบมากใหัฉีดพ่น
สารเคมีกำจัดแมลงกลุ่มคาร์บาริล มาลาไธออน หรือฟอร์โมไธออน ในอัตราที่ฉลากกำหนด
2. หนอนกินใบ (หนอนแก้ว) ลักษณะอาการ กัดกินใบอ่อนและยอดอ่อนของมะนาว
การป้องกันกำจัด หมั่นตรวจตูตามใบอ่อนและยอดอ่อน เมื่อพบไข่และตัวหนอนก็จับทำลายเสีย ฉีดพ่นสารเคมีกำจัตแมลงกลุ่มเมทามิโดฟอสที่มีชื่อทางการค้าว่า ทามารอน ในอัตรา 20-30 ซีซี. หรือประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่วต้น
3. เพลื้ยไฟ ลักษณะอาการ จะดูดกินน้ำเลี้ยงที่ยอดอ่อน ใบอ่อน
และผลการทำลายจะรุนแรงในระยะผลอ่อน นับแต่เริ่มติดผล ช่วงระยะการระบาด จะขี้นอยู่กับการแตกยอดอ่อน และระยะติดผล ผลที่ถูกทำลายจะ ปรากฎรอยสีเทา เป็นวงบริเวณขั้วผล และก้นผลหรือเป็นขีดสีเทาตาม ความยาวของผล
การป้องกันกำจัด เด็ดผลที่แคระแกร็น ถ้าพบการทำลายของเพลี้ยให้ฉีดพ่นด้วยสารเคมีกำจัดแมลง ได้แก่ คาร์โบชัลแฟน เปอร์เมทริน
4. ไรแดง ลักษณะอาการ ใบจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลหงิกงอ
ไม่เจริญเติบโตและร่วงหล่น ผลมะนาวจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน และเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลในเวลาต่อมา
ผิวผลจะกร้าน
ผลแคระแกร็น และร่วงในที่สุด
การป้องกันกำจัด ฉีดพ่นด้วยกำมะถันผงชนิดละลายน้ำในอัตรา 4 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุก ๆ 10-15 วัน ในตอนเช้าหรือตอนเย็นเพื่อป้องกันอาการใบไหม้
จะทำความเสียหายให้กับมะนาวในระยะแตก ใบอ่อน โดยจะชอนไชกัดกินอยู่ระหว่างผิวใบด้านหน้าและหลังใบ จะมอง เห็นเป็นทางสีขาวคดเคี้ยวไปมา ใบหงิกงอ ขอบใบม้วนเข้าหาเส้นกลางใบ และใบไม่เจริญเติบโต ต้นมะนาวจะแคระแกร็นและไม่ติตผล
การป้องกันกำจัด หมั่นตรวจดูตามใบและยอดของมะนาว โดยเฉพาะระยะที่มะนาวเริ่มผลิใบอ่อน กรณีที่ระบาดน้อยให้เด็ดใบเผาทำลาย หากพบมากใหัฉีดพ่น
2. หนอนกินใบ (หนอนแก้ว) ลักษณะอาการ กัดกินใบอ่อนและยอดอ่อนของมะนาว

การป้องกันกำจัด หมั่นตรวจตูตามใบอ่อนและยอดอ่อน เมื่อพบไข่และตัวหนอนก็จับทำลายเสีย ฉีดพ่นสารเคมีกำจัตแมลงกลุ่มเมทามิโดฟอสที่มีชื่อทางการค้าว่า ทามารอน ในอัตรา 20-30 ซีซี. หรือประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่วต้น
3. เพลื้ยไฟ ลักษณะอาการ จะดูดกินน้ำเลี้ยงที่ยอดอ่อน ใบอ่อน
และผลการทำลายจะรุนแรงในระยะผลอ่อน นับแต่เริ่มติดผล ช่วงระยะการระบาด จะขี้นอยู่กับการแตกยอดอ่อน และระยะติดผล ผลที่ถูกทำลายจะ ปรากฎรอยสีเทา เป็นวงบริเวณขั้วผล และก้นผลหรือเป็นขีดสีเทาตาม ความยาวของผล
การป้องกันกำจัด เด็ดผลที่แคระแกร็น ถ้าพบการทำลายของเพลี้ยให้ฉีดพ่นด้วยสารเคมีกำจัดแมลง ได้แก่ คาร์โบชัลแฟน เปอร์เมทริน
4. ไรแดง ลักษณะอาการ ใบจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลหงิกงอ
ไม่เจริญเติบโตและร่วงหล่น ผลมะนาวจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน และเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลในเวลาต่อมา
การป้องกันกำจัด ฉีดพ่นด้วยกำมะถันผงชนิดละลายน้ำในอัตรา 4 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุก ๆ 10-15 วัน ในตอนเช้าหรือตอนเย็นเพื่อป้องกันอาการใบไหม้
การบังคับให้มะนาวออกดอกนอกฤดู
การบังคับให้มะนาวออกดอกนอกฤดู
สามารถกระทำได้หลายวิธี แต่วิธีที่
จะทำให้ต้นมะนาวไม่โทรมเร็วเกินไปควรปฎิบัติดังนี้
กันยายน : ใส่ปุ๋ยเคมีที่มีอัตราส่วน 1:3:3 เช่นปุ๋ยสูตร 8:24:24
เพื่อบำรุงให้ใบแก่เร็วขื้น และเก็บอาหารไว้บำรุงดอกต่อไป
ตุลาคม : งดการให้น้ำ เพื่อให้ต้นมะนาวมีการเก็บสะสมอาหาร
จนเมื่อถึงปลายเดือนตุลาคมจึงค่อยให้น้ำเต็มที่
พฤศจิกายน : มะนาวเริ่มออกดอก ควรฉีดพ่นสารเคมีป้องกัน กำจัดแมลง ประมาณปลายเดือนพฤศจิกายน
ดอกจะเริ่มบาน และเริ่ม ติดผล ควรป้องกันกำจัดแมลงในช่วงนี้ด้วย
ธันวาคม : ใส่ปุ๋ยเคมีที่มีอัตราส่วน 1:1:1 เช่น ปุ๋ยสูตร 15:15:15
หรือ 16:16:16 เพื่อบำรุงต้นมะนาวให้สมบูรณ์
กุมภาพันธ์เป็นต้นไป
: ผลมะนาวจะเริ่มโตพอที่จะเก็บเกี่ยวได้บ้าง
ในระยะแรก จนกระทั่งกลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเตือนเมษายน
ผลมะนาวก็จะโตพอที่จะเก็บเกี่ยวได้ ซึ่งจะตรงกับช่วงที่มะนาวมีราคาแพงพอดี
หลังจากที่ได้ทำการเก็บเกี่ยวผลผลิตหมดแล้ว
ประมาณเดือนพฤษภาคม ควรทำการตัดแต่งกิ่ง ใส่ปุ๋ยคอก และปุ๋ยเคมีสูตร 15:15:15 เพื่อบำรุงต้นให้สมบูรณ์ และ พร้อมสำหรับการผลิตมะนาวนอกฤดูในปีต่อไป
ตลาดและการค้ามะนาว
|
เมื่อวานมีโอกาสได้ไปเดินตลาดสดในเมือง
เลยถือโอกาสดูเรื่องราคามะนาวพบว่ามะนาวลูกขนาดกลางจำหน่ายลูกละ 2 บาท
ผลมีสีเหลืองแล้วบ่งบอกถึงการเก็บไว้นานจึงได้สอบถามแม่ค้ามะนาวได้คำตอบว่า มะนาวที่ผู้ค้าส่งส่งมาจำหน่ายนั้นสีค่อนข้างเหลืองแล้วเมื่อมาอยุ่กับแม่ค้าอีก 2-3 วันก็จะสุกเหลืองและจะทำให้รสชาดเปลี่ยนไป ไม่หอมเหมือนมะนาวเขียว ส่วนที่เหลืองมากๆจะนำมาใส่จานขายราคา 15 ลูก 10 บาท ส่วนบางเจ้าลูกเขียวๆก็จะขายที่ 2.50 บาทต่อลูก ซึ่งถือว่าราคาแพงมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อนๆ สำหรับราคามะนาวในปีนี้ราคายังดีอยู่ผลสืบเนื่องมาจากน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ซึ่งทำให้สวนมะนาวได้รับความเสียหายจำนวนมากและบางส่วนก็เลิกปลูกมะนาวไปเลยเนื่องจากไม่มั่นใจเกี่ยวกับเรื่องน้ำท่วม เลยหันมาปลูกพืชแบบระยะสั้นๆหรือพืชล้มลุกซึ่งมีความเสี่ยงน้อยกว่า ดังนั้นจึงทำให้พื้นที่การปลูกมะนาวลดลงมาก แต่มีผู้ปลูกหน้าใหม่เกิดขึ้นมากเช่นกันแต่จะปลูกแบบไม่มากต่อ 1 สวนโดยเฉลี่ยจะปลูกกันประมาณแค่ 50-100 ต้น เท่านั้น และส่วนมากยังไม่ได้รับผลผลิต ดังนั้นมะนาวจึงมีน้อย สำหรับเหตุการณ์แบบนี้น่าจะยังมีอยู่อีกหลายปี ทำให้ผู้ปลูกมะนาวยังมีโอกาสที่จะจำหน่ายมะนาวราคาแพงได้ต่อเนื่อง เรื่องตลาดนั้นเมื่อเราเป็นผู้ปลูกรายย่อย คือปลูกไม่มาก ก็สามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในท้องถิ่นเราเลยเนื่องจากมะนาวที่เราจำหน่ายในท้องถิ่นของเรา จะเป็นมะนาวลูกเขียว กลิ่นหอมเนื่องจากเพิ่งเก็บมาใหม่ๆ ราคาก็จำหน่ายให้ถูกกว่าท้องตลาดเล็กน้อย รับรองว่าจำหน่ายได้ดีแน่นอน และหน้าแล้งที่จะถึงนี้เกษตรกรอื่นๆ จะต้องอิจฉาเกษตรกรสวนมะนาวแน่นอน เนื่องจากคาดว่าราคาในท้องตลาดน่าจะแพงเหมือนปีนี้หรืออาจจะแพงกว่า เพราะปีนี้ก็เกิดน้ำท่วมเช่นกันในหลายท้องที่ |
ลุงสุขนาโน อาหารเสริมพืช
//ขอบคุณที่มา
http://www.bangkoktoday.net
http://guru.sanook.com/7231/
http://www.oae.go.th
http://นางสาววรรณภรณ์ กองเกิด

























ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น